อีกไม่นาน คนงาน 5 ป ร ะ เ ภ ทนี้จะตกงาน อยู่ย ากและลำบาก หากยังไม่ปรับตัว

อีกไม่นาน คนงาน 5 ป ร ะ เ ภ ทนี้จะตกงาน อยู่ย ากและลำบาก หากยังไม่ปรับตัว

ในยุคที่เ ศ ร ษ ฐ กิ จยำ่แย่ขึ้นทุกวัน อาหารก็ยังแพง งานก็ห า ย าก พนักงานประจำก็เริ่มถูกจ้างออ กจากการทำงานกัน และอนาคตอาจจะมี คนงาน 5 ป ร ะ เ ภ ทนี้

จะตกงาน อยู่ย ากและลำบาก หากยังไม่ปรับตัว ถ้าเราปรับตัวให้เข้ากับเ ศ ร ษ ฐ กิ จได้ เราก็จะเป็นผู้อยู่รอ ด ได้อย่างสบาย

เตรียมพร้อมกันหรือยัง อีกสองถึงสามปีข้างหน้าชัดเจนขึ้นแน่นอน

ยุค 2G ถือ กำเนิด ทำให้.. โทรเลขเลิกใช้ถาวร ต่อมา 3G ถือ กำเนิด ทำให้.. Email มาแทนที่จดหมาย โทรศัพท์บ้านหดห า ย ปัจจุบัน 4G ก่อให้เกิดอะไรใหม่ๆมากขึ้น ส่วนสิงเก่าๆก็ถูกลืมไว้ข้างหลัง

– การดูวีดิโอผ่านออนไลน์ ทำให้ทีวีหล า ยๆช่องปิดตัวลง

– ค้าข า ยออนไลน์ได้รับความนิยม แต่ห้างสรรพสินค้ากลับยอ ดข า ยตก

– Internet Banking ทำเอาธนาคารทยอยปิดสาขาเกิน พนักงานก็โดนทยอยปลด

เร็วๆนี้ 5G กำลังเกิดขึ้น

มาพร้อมกับ Blockchain , Fintech , Digital Business , AI และ จักรกลที่มาแทนที่คน จักรกล และ ปัญญาประดิษฐ์ สิ่งเหล่านี้จะเข้ามาแทนในสิ่งที่เราคิดไม่ถึงมาก

อย่างไม่น่าเชื่อ และ การที่ไม่เชื่อว่า จะมาแทนขนาดนั้น ก็เหมือนกับที่รุ่นพ่อแม่เราไม่คิดว่าโลกทุกอย่างจะมารวม ในมือถือเครื่องเดียวได้ขนาดนี้

คำกล่าวที่ว่าในอนาคตอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า งาน 50% ของมนุษย์จะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ หรือ อีกความหมายหนึ่งก็คือ ใน 10 ปี ต่อไปคนกว่าครึ่งจะตกงาน เมื่อก่อนเราอาจนึกภาพไม่ออ ก แต่เมื่อนานวันเข้า เรื่องเหล่านี้ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด

เพราะ ในช่วงปีสองปีที่ผ่าน มาเราต่างเห็นบริษัทต่างๆทยอยปลดพนักงานออ ก ลดจำนวนพนักงานลงเพื่อลดรายจ่าย ไม่รับพนักงานใหม่เพิ่ม พนักงานที่ได้อยู่ต่อก็ต้องทำงานหนักมากขึ้น

บางครั้งต้องทำงานแทนตำแหน่งคนที่ออ กไปด้วย และ บางบริษัทก็เริ่มแทนที่พนักงานด้วยเครื่องจักร อย่าคิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องไกลตัว

เพราะ ในหล า ยๆประเทศที่พัฒนาแล้วเริ่มทยอยปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เมื่อทั้งโลกเริ่มขยับ ในไม่ช้าเราก็คงต้องปรับตัวต าม ส่วนคนที่ไม่ปรับตัวต ามก็อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

อาจารย์ Li Kaifu เคยกล่าวเอาไว้ว่า… ‘ ภายใน 3-5 ปีข้างหน้าบริษัทจะเริ่มทะยอยปลดพนักงานออ กเพื่อลดค่าใช้จ่าย และ อีก 10 ปีข้างหน้า งานกว่า 50%

ของมนุษย์จะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ ‘ ในอีกความหมายหนึ่งก็คือ.. อีกไม่กี่ปีข้างหน้า คนกว่าครึ่งหนึ่งในบริษัทจะต้องตกงาน เพราะ การมาแทนที่ของหุ่นยนต์ และ เทคโนโลยีต่างๆ

แต่ดูเหมือนว่าเรื่องเหล่านี้จะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด เพราะ ในปีที่ผ่าน มาเราต่างเห็นบริษัทต่างๆทยอยปลดพนักงานออ ก ลดจำนวนพนักงานเพื่อลดรายจ่าย และ

ในบางแห่งเริ่มแทนที่พนักงานด้วยหุ่นยนต์ เพราะฉะนั้น อย่าคิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องไกลตัว เพราะ ในหล า ยๆประเทศที่พัฒนาแล้วเริ่มทยอยปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ในไม่ช้านี้บ้านเราก็คงต้องปรับตัวต าม

ซึ่ง คน 5 ป ร ะเ ภ ท นี้ มี โ อก า ส ที่ จ ะเจอกั น เ หตุ กา รณ์เ หล่ านี้

ป ร ะเ ภ ท ที่ 1 = คนที่ ทำ ง า น แ บ บ เ ดิ ม ๆ ซ้ำ ๆ

พนักงานที่ต้องทำงานแบบเดิมๆซ้ำๆ เช่น แพคของ ประกอบชิ้นส่วน จัดเรียงสินค้าในคลัง

งานที่อาศัยแค่การจับวางให้เข้าที่ ไม่ได้ใช้การคิด วิเคราห์ หรือ การตัดสินใจใดๆ เรียกว่าทำงานด้านเดียวคล้ายๆหุ่นยนต์

จึงไม่แปลกเลย หากจะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์จริงๆ เพราะ หุ่นยนต์ไม่เรียกร้องขึ้นเงินเดือน ไม่ ข า ด ลา มาสาย ไม่บ่น ไม่หยุดงานประท้วง ไม่เรียกร้องสวัสดิการเพิ่ม

ป ร ะ เ ภ ทที่ 2 = คนที่ นอ กเ ห นื อจ าก 8 ชั่ วโ มง ไม่เรี ยนรู้

มีเพื่อนผมคนหนึ่งทำงานที่โกดังสินค้า คอยเช็คจำนวนสินค้าในคลัง เป็นงานง่ายๆ ที่เหมือนจะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ในอนาคต แต่เมื่อทำงานปีแรกเขาก็ค้นพบว่ามีของบางอย่างที่ถูกจัดส่งเป็นจำนวน มาก

เขาเริ่มเกิดไอเดีย จึงไปค้นหาข้อมูลต่อ และ พบว่าของบางอย่างในโกดังนั้น เป็นที่ต้องการของตลาดมาก ด้วยความที่อยู่ในวงการนี้อยู่แล้ว ทำให้เขามองหาแหล่งผลิตที่ต้นทุนถูกได้

และ เริ่มนำมาลงหน้าเว็ปเพื่อข า ยออนไลน์ ผ่านไป 3 ปี ธุรกิจขย ายตัวอย่างรวดเร็ว ปีที่ 7 เขาก็เปิดบริษัทของตัวเอง…! ตลอ ดระยะเวลาแห่งงานเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เขาไม่เคยหยุดทำก็คือ ใช้เวลานอ กเหนือจาก 8 ชั่ วโมงในการเรียนรู้

ยุคสมัยนี้เป็นยุคแห่งการเรียนรู้ ความรู้เติบโตขึ้นในอัตราที่ก้าวกระโดด ทุกคนมีอินเตอร์เน็ต สามารถเข้าถึงความรู้ต่างๆได้อย่างรวดเร็วแค่ปล า ยนิ้ว อยู่ที่ว่าคุณจะใช้โอ กาสที่มีไขว่คว้า หรือ นั่งรอวันถูกแทนที่

ป ร ะ เ ภ ทที่ 3 = คนที่ทำงานร่วมกับคนอื่นไม่เป็น

บริษัทต่างชาติแห่งหนึ่ง ให้เงินผู้สมัครงาน 75 บาท ให้พวกเขาไปหาข้าวกินด้วยกัน ผู้สมัคร 6 คนไปถึงร้านอาหารด้วยกัน แต่ข้าวจานหนึ่งร า ค าอย่างต่ำ 15 บาท

เงินที่พวกเขามีไม่พอจะซื้ อข้าวคนละจานเลยด้วยซ้ำ ก็เลยกลับไปบริษัท พอถึงบริษัท ประธานบริษัทรู้เข้าก็ส่ายหน้า = ‘ ขอโทษด้วย พวกคุณไม่เหมาะกับบริษัทเรา ‘

รู้ไหมร้านอาหารร้านนั้น มีโปรโมชั่นซื้ อ 5 แถม 1 ไม่ได้อ่านดูรายละเอียดในเมนูเลยหรอ นี่แสดงให้เห็นถึงความไม่ใส่ใจ

หรือ ถึงแม้ไม่มีโปร 5 แถม 1 ก็ยังขอจานเปล่ามาหนึ่งใบ แล้วสั่ งข้าว 5 จาน มาแบ่งกันกินได้ แต่ผู้สมัครทั้ง 6 คนไม่มีใครคิดว่ามาด้วยกัน

จึงไม่เกิดคำว่าเป็นทีมเดียวกัน ทุกคนต่างคิดถึงแต่ตัวเอง เมื่อเข้ามาอยู่ในองค์กรก็ไม่รู้จักการทำงานเป็นทีม
รู้ไหม…?? ทีมเวิร์คที่ดีนี่แหละที่ทำให้มนุษย์เหนือ กว่าหุ่นยนต์

ป ร ะ เ ภ ทที่ 4 = คนที่ไม่เข้าใจการลงทุนในตัวเอง

เรามักจะได้ยินคำเตือนว่า… ‘ อย่าฟุ่มเฟือย ‘ แต่ถ้าเราเก็บเงินได้ 1 แสนต่อปี ภายใน 10 ปี เก็บได้ 1 ล้าน นี่คือเก่งหรอ…??

ไม่ใช่…! เพราะเมื่อคุณใช้เวลา 10 ปีถึงจะเก็บเงินได้ 1 ล้าน คนอื่นอาจจะใช้เวลาแค่ปีเดียว….!!!! ตอนที่คุณยังเย าว์วัยคุณต้องรู้ว่าจะลงทุนกับตัวเองยังไง

ถ้าทุกเดือนคุณเอาเงินส่วนหนึ่งมาลงทุนกับตัวเอง… บางคน.. ‘ ออ กเดินทาเที่ยวรอบโลก ‘ ไปเจอธุรกิจใหม่ๆที่น่าสนใจในต่างประเทศ แต่ในบ้านเรายังไม่มี ก็นำไอเดียกลับมาต่อยอ ดเป็นธุรกิจของตัวเอง

บางคน.. ‘ ไปเรียนคอสการข า ยเสริมหลังเลิกงาน ‘ อาจไม่ได้ร ว ยในทันที แต่การได้ทำความรู้จักคน มากมายก็นำพาโอ กาสดีๆเข้ามาในชีวิตได้เหมือนกัน

บางคน.. ‘ ไปเข้าฟิตเนสออ กกำลังกาย ‘ จนค้นพบช่องทางธุรกิจ เปิดยิม ข า ยอาหารเสริมสำหรับคนรักสุขภาพ หล า ยปีผ่านไปคุณจะพบว่า เงินที่คุณใช้ไป ทำให้คุณค่าของตัวเองเพิ่มขึ้น คุณได้คืนกลับมาหล า ยเท่า…!!!!

ป ร ะ เ ภ ทที่ 5 = คน มองอะไรสั้นๆ ตัดสินแค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าทันที

หลังเรียนจบ Li Ting และ Tan Si เข้าไปฝึกงานที่บริษัทบัญชีแห่งหนึ่งด้วยกัน หลังหมดระยะฝึกงาน บริษัทเสนอให้ไปศึกษางานที่สำนักงานใหญ่ที่ต่างประเทศ 2 ปี แต่ได้เงินเดือนครึ่งเดียว

ไม่มีค่าคอมมิชชั่น Li Ting รู้สึกว่าเงินเดือนน้อยเกินไป แถมไม่คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในต่างแดน ก็เลยไม่เอา
ส่วน Tan Si กล้าตัดสินใจเลือ กไปศึกษางานที่สำนักงานใหญ่ในต่างประเทศ ในมุมมองของเธอ… ไปศึกษางานแถมยังได้เงินเดือน เป็นเรื่องที่คุ้มแสนคุ้ม

ผ่านไป 2 ปี Tan Si กลับมาที่บริษัทในฐานะหัวหน้าโครงการคนใหม่ รายได้ 1 ล้านต่อปี ส่วน Li Ting ยังคงทำงานในตำแหน่งเดิม เงินเดือนในตอนนี้ไม่ถึง 1 ใน 3 ของ Tan Si

ไม่ใช่ว่า Tan Si ตัดสินใจถูก หรือ Li Ting ตัดสินใจผิด เพราะ ทั้งคู่ต่างเลือ กสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดให้ตนเอง
แต่เมื่อเวลาที่ผ่านไปจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การตัดสินใจของเราในอดีต จะพาเราก้าวหน้าขึ้นได้หรือไม่

เมื่อก่อนปลาเล็กกินปลาใหญ่ ตอนนี้ต้องเปลี่ยนเป็นปลาเร็วกินปลาช้า สิ่งใหม่ๆที่ปรากฏขึ้น มักมาพร้อมกับโอ กาสทางธุรกิจ แต่เมื่อโอ กาสผ่านไป คนที่ช้าก็จะไม่มีทางได้สัมผัสในยุคนี้

พวกเราต้องมีสัญชาตญาณของการเอาตัวรอ ด ( เราเป็นคน ไม่ใช่หุ่นยนต์ ต้องรู้จักเรียนรู้ และ ปรับตัว ) ค้นหาและแก้ไข้ข้อบกพร่องของตัวเองอย่างทันท่วงที เพื่อที่จะพัฒนาต่อไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น ไม่อย่างนั้นในแต่ละปีที่ผ่านไป คุณจะพบว่า คุณถูกคนอื่นๆทิ้งไว้ข้างหลังแล้ว

จะเห็นว่าตัวอย่างที่หยิบยกมานั้น ไม่ได้เจาะจงถึงอาชีพใด เพราะ ทุกอาชีพล้วนมีโอ กาสตกงานได้ทั้งนั้น แต่ยกตัวอย่างให้เห็นถึงทัศนะคติที่จะเป็นสิ่งตัดสินว่า คุณจะถูกแทนที่ หรือ ได้ไปต่อ

ขอขอบคุณ ยืนยิ้ม, bitcoretech