8 วิ ธีแก้ปัญหา แอร์ไม่เย็นให้กลับมาเย็นฉ่ำ เหมือนใหม่ได้ง่ายๆ

หากวันนี้คุณนั้นเป็นคนหนึ่งที่ใช้รถอยู่เป็นประจำและพบเจอกับปัญหาที่แอร์รถไม่เย็น วันนี้เรามีวิธีแก้ปัญหานี้มาบอ กกับ 8 วิ ธีแก้ปัญหา แอนร์ไม่เย็นให้กลับมาเย็นฉ่ำ เหมือนใหม่ได้ง่ายๆ ไปดูกันว่าการแก้ปัญหาแอร์รถไม่เย็นให้กลับมาเย็นอีกครั้งทำได้อย่ างไรบ้าง จะได้ไม่ต้องไปเสียเงินให้ช่างทิ้งเปล่าๆ

ระบบปรับอากาศภายในรถยนต์ เป็นระบบทำความเย็นแบบอัดไอหรือก๊าซ ( Vapor Compression System ) โดยที่คอมเพรสเซอร์ ( Compressor ) จะดูดสารทำความเย็นจากอีวาโปเรเตอร์ ( Evaporator )

หรือเปรียบเสมือนปั้มน้ำภายในบ้านต่างกันเพียงแต่ปั้มน้ำจะดูดน้ำที่เป็นของเหลว แต่คอมเพรสเซอร์แอร์จะดูดสารทำความเย็นซึ่งมีสถานะเป็นไอหรือก๊าซ โดยคอมเพรสเซอร์ ( Compressor ) จะทำหน้าที่อัดสารทำความเย็นออ กไปที่คอนเดนเซอร์ ( Condenser )

ทำให้สารทำความเย็นมีอุณหภูมิและความดันเพิ่มสูงขึ้น และเมื่อมีแรงดันที่เพียงพอคอมเพรสเซอร์จะถูกตัดการทำงานโดยเทอร์โมสตัท ( Thermostat ) หรือเทอร์มิสเตอร์ ( Thermister )

เป็นตัวชี้วัดว่าเวลาไหนคอมเพรสเซอร์ต้องทำงานและเมื่ออุณหภูมิในห้องโดยสารต่ำจนได้อุณหภูมิที่อยู่ในระดับพอดี เทอร์โมสตัท ( Thermostat ) หรือเทอร์มิสเตอร์ ( Thermister ) จะสั่งให้คอมเพรสเซอร์หยุดการทำงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแรงดันที่สูงจนเกินไป

ซึ่งอาจจะเป็นอันตราย อาจเกิดการระเบิดของท่อทางต่าง ๆ ของระบบน้ำย าได้ แต่ในระบบของรถรุ่นใหม่ จะมีเซนเซอร์ที่ตรวจจับแรงดันและมีตัวระบายน้ำย าออ กหากเกิดแรงดันที่สูงเกินค่ากำหนด จากนั้นเมื่อสารทำความเย็นไหลผ่ านแผงคอนเดนเซอร์ ( Condenser )

ที่อยู่ในตำแหน่งด้านหน้าของรถ หรือที่ทางช่างเรียกว่า ‘แผงรังผึ้ง’ ซึ่งจะทำหน้าที่ให้อุณหภูมิของสารทำความเย็นลดต่ำลง จากนั้นสารทำความเย็นจะควบแน่นกล า ยเป็นของเหลว และไหลต่อไปยังรีซีฟเวอร์ ( Receiver )

หรือไดร์เออร์ ( Drier ) เพื่อ กรองสิ่งสกปรกและความชื้นที่ปนเปื้อนในสารทำความเย็น หรือตัวกรองสารทำความเย็น ซึ่งตัวกรองนี้จะต้องมีการเปลี่ยนไส้กรองต ามระยะทางที่กำหนด หรือเมื่อมีการเปิดระบบของท่อทางน้ำย าแอร์

เพื่อป้องกันการอุดตันของท่อทางน้ำย าแอร์ที่จะต้องไหลไปที่เอ็กเพ็นชั่นวาล์ว ( Expansion Valve ) หรือวาล์วแอร์ ซึ่งจะทำหน้าที่ฉีดสารทำความเย็นหรือน้ำย าแอร์ให้เป็นฝอยละอองเข้าไปในอีวาโปเรเตอร์ ( Evaporator )

หรือตู้แอร์ เพื่อทำให้สารทำความเย็นมีความดันต่ำและเกิดการแลกเปลี่ยนความร้อนภายในห้องโดยสารให้มีอุณหภูมิที่ต่ำลง จากนั้นเมื่อน้ำย าแอร์มีสถานะกล า ยเป็นก๊าซก็จะถูกดูดเข้าไปในคอมเพรสเซอร์ ( Compressor ) เพื่อเริ่มต้นการทำงานใหม่อีกครั้ง

คนมีรถมีบ้างที่พอใช้รถไปนาน ๆ แล้วเจอกับปัญหาแอร์ไม่เย็น บางทีมีแต่ลมออ กมาแต่ไม่มีแอร์มันไม่เย็นหรอ กแถมยังจะทำให้แอร์เสียไปมากกว่าเดิมหากไม่หาวิธีจัดการ แน่นอนว่าทางเลือ กที่ดีสุดเลยเราคงต้องพึ่งร้านไดนาโม

เพื่อจัดการซ่อมให้ แต่บางครั้งอะไรที่เรายังพอแก้เองได้ เราก็ควรทำเองไม่ต้องไปเสียเงินเสียทองก็ได้ เอาล่ะวันนี้เรามี 8 วิธีจัดการกับ แอร์รถไม่เย็น สำหรับรถยนต์ทำอ ย่ า ง ไ รมาติดต ามกันเลย

1 พอสต าร์ทรถแล้วให้เปิดเฉพาะพัดลมก่อน อ ย่ าเพิ่งเปิดแอร์ โดยใช้พัดลมความแรงสูงสุดเลย เป็นการไล่ความร้อนในรถออ กไป จากนั้นเราค่อยกดเปิดสวิทซ์ A/C และปรับอุณหภูมิแอร์รถยนต์ให้เย็นฉ่ำปกติต ามชอบเลย

2 จะต้องปิดสวิตซ์ความคุ ม ค อ ม เ พ ร ส เ ซ อ ร์ ก่อน เป็นปุ่มที่มีตัว A/C ซึ่งก่อนจะสต าร์ทเครื่องยนต์นั้นปุ่มนี้มันต้องปิดอยู่นะ เพราะเราจะลด ก า ร ฉุ ด ของคอมเพรสเซอร์ลงมาได้ในระหว่างที่เครื่องกำลังทำงาน

3 หากภายในรถยนต์ร้อน มาก ๆ ให้เปิดแอร์แรง ๆ แล้วปัดช่องแอร์ขึ้นด้านบนปะทะหลังคารถ จะทำให้อุณหภูมิภายในรถดีขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นค่อยกลับมาอยู่ในอุณหภูมิที่เย็นปกติ ก็จะทำให้รถไม่ร้อนอบอ้าวแล้ว

4 ห้ า มใช้น้ำหอมที่มี แ อ ล ก อ ฮ อ ล์ ในรถเด็ดข า ด หากจะอย ากให้รถหอมควรหาเลือ กน้ำหอมสำหรับรถโดยเฉพาะเท่านั้น อั น ต ร า ย มากจะทำให้แอร์พังเร็วนะ

5 เวลาขับรถไปไหนหากรู้แล้วว่าใกล้จะถึงที่หมาย ให้ทำการปิดสวิทซ์ A/C ก่อนถึงสัก 10 นาทีเลย แล้วให้เหลือแต่พัดลมความแรงสูงเป่าไว้ เพื่อเป็นการไ ล่ ค ว า ม ชื้ น ออ กไปจากรถ ลดการเกิดกลิ่นอับชื้นในรถได้อีกด้วย

6 พย าย ามอย่ าเปิดกระจกบ่อยเวลาขับรถ เพราะจะทำให้อากาศร้อนภายนอ กเข้ามาในรถ แถมยังจะทำให้แอร์รถออ กไปข้างนอ กด้วย ฝุ่นจะเข้ารถแล้วแอร์จะเสียเร็ว

7 กรณีที่รถจอ ดต ากแดดไว้นาน รถจะร้อน มาก ก็ให้เปิดพัดลมเบอร์แรงสุด ๆ อย่ าลืมหาอย่ าเพิ่งเปิดสวิทซ์ A/C เด็ดข า ด รอให้รถเริ่มกลับมาเย็นก่อนค่อยเปิด แล้วปรับอุณหภูมิปกติ

8 ข้ อสุดท้ายนี้หากแก้ไขมันทุกข้ อแล้ว ทำยังไงแอร์มันก็ไม่กลับมาเย็นเหมือนเดิมก็ให้เปลี่ยนน้ำ ย า แ อ ร์ หากพบว่า รถกำลังมือปัญหานี้อย่ าฝืนใช้มันควรปิดสวิทซ์ A/C จากนั้นก็รีบนำไปให้ศูนย์เช็คเลย

บางอย่ างเราก็ทำเองได้ แก้เองไหว แต่บางอย่ างหากมันเกินที่เราจะแก้เองได้มันต้องใช้ความรู้ทางด้านเทคนิคเฉพาะด้านเราก็ควรจะไปให้อู่ที่มีช่างชำนาญด้านนี้จัดการจะดีกว่า เพราะมันก็สุด ๆ

แล้วเราถึงต้องพึ่งร้านจริงไหม แต่ถ้ามันยังพอไหวก็จัดการต ามที่แนะนำไปได้เลย และรถของเราหากอย ากให้มันอยู่กับเรานานหล า ยปีก็ถนอมมันดี ๆ ใช้งานมันให้พอเหมาะ ทุกอย่ างหากทำงานหนักไปมันก็พังได้

ที่มา krustory, th.wikipedia.org