10 ประโยชน์ของน้ำผึ้ง ที่หล า ยคนไม่เคยรู้

วันนี้เราจะพาคุณไปดูประโยชน์ดีๆ จากการทานน้ำผึ้งเป็นประจำ กับบทความ 10 ประโยชน์ของน้ำผึ้ง ที่หล า ยคนไม่เคยรู้ ไปดูกันว่าเพียงทานน้ำผึ้งทุกวันจะเกิดอะไรต่อสุข ภาพ ของคุณได้บ้าง

น้ำผึ้งคือ ผลผลิตของน้ำหวานจากด อ กไม้ และจากแหล่งอื่นๆ ที่ผึ้งงานนำมาเก็บสะสมไว้ โดยผ่ านขั้นตอนก า รเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ และทางเ ค มี แล้วสะสมไว้ในรังผึ้ง ซึ่งปกติแล้วน้ำผึ้งจะมีกลิ่น รส สี ที่ต่างกันออ กไปต ามชนิดข อ งพื ชนั้นๆ จึงทำให้สามารถระบุชนิดของน้ำผึ้งต ามชนิดของพืชนั้นได้ๆ เช่น น้ำผึ้งจากด อ กส้ม ด อ กลำไย ด อ กลิ้นจี่ ก็จะแตกต่างกันออ กไป

ซึ่งนิยมนำมาใช้เป็นส ารให้ความหวานในอาหาร หรือเครื่องดื่มนานาชนิด น้ำผึ้งมีส่วนผสมของน้ำต าล และส ารประกอบอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นฟรักโทสกับกลูโคส มีวิต ามิน และแร่ธาตุผสมอยู่ด้วย

เช่น วิต ามินเอ วิต ามินบี 2 วิต ามินบี 3 วิต ามินบี 5 วิต ามินบี 6 กรดโฟลิก วิต ามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโซเดียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุฟอสฟอรัส

ธาตุเหล็ก ธาตุทองแดง ธาตุสังกะสี เป็นต้น สำหรับส ารประกอบอื่นๆ ที่มีอยู่ในปริมาณเพียงน้อยนิดนั้น จะเป็นส ารที่ทำหน้าที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระเป็นหลัก

ประโยชน์ของน้ำผึ้งมีอยู่มากมาย ทั้งช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย รวมไปถึงบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง แต่ในขณะเดียวกันก็มีโทษ ดังนั้นจึงควรรู้ข้อควรระวังเสียก่อนที่จะทานน้ำผึ้ง

1 หากทานผักกุ้ยช่าย ก็ไม่ควรกินน้ำผึ้ง เพราะเป็นอีกสิ่งที่เข้ากันไม่ได้เลย เนื่องจากจะทำให้ท้องเสีย

2 คนที่ท้องเสีย ถ่ายเหลว ไม่ควรทาน เพราะยิ่งจะทำให้ท้องเสียหนักกว่าเดิมอีก เพราะน้ำผึ้งจะดูดทำให้ขั บ ถ่ า ย เยอ ะขึ้นกว่าเดิม

3 สำหรับคนที่เป็นโ ร ค เ บ า ห ว า นนั้น ไม่ควรทาน เพราะว่ามีปริมาณกลูโคส และฟรักโทสสูงมากๆ

ซึ่งจะดูดซึมเข้าร่างได้ทันที จะยิ่งทำให้ระดับน้ำต าลในเ ลื อ ดสูง และอินซิลินที่ตับอ่อนหลั่งออ กมามันไม่พอ คนเป็นโ ร คนี้ห้ามทานเด็ดข า ด เพื่อตัวของท่านเอง

4 คนป่ ว ยที่เป็นผิวหนังอักเสบเรื้อรัง และอาเจียน ไม่ควรกิน

5 ไม่ควรทานน้ำผึ้งเกินวันละ 10 ช้อนช า ปกติแล้วปริมาณน้ำผึ้งที่ควรทานคือ วันละ 6 ช้อนช า เพียงเท่านั้น หรือหากมากกว่านั้นก็ไม่ควรจะเกิน 10 ช้อนช า

เนื่องจากแท้จริงแล้วน้ำผึ้งมีแคลอรี่สูงกว่ าน้ำต าลทรายขาวเสียด้วยซ้ำ หากทาน มากจะเกินความจำเป็นของร่างกาย

6 ไม่ควรเอาน้ำผึ้งมาผสมกับน้ำอุ่นที่ร้อนเกินไป อุณหภูมิที่เหมาะควรไม่เกิน 40 องศา ส ารอาหารที่มีประโยชน์จะโดนความร้อนทำ ล า ยไป ชงผสมกับขิงจะช่วยป้องกันกระเพาะกระทบความเย็นได้

7 น้ำผึ้งกับน้ำเต้าหู้มันไปด้วยกันไม่ได้ ห้ามกินด้วยกันเด็ดข า ด เพราะร้อนสลับเย็นจะทำให้ท้องเสียได้ง่าย

8 รวมถึงหัวหอม กระเทียมด้วย ไม่ควรทานกับน้ำผึ้ง เพราะว่าจะทำให้คุณค่าทางโภชนาการณ์ของน้ำผึ้งลดลง

ประโยชน์ของน้ำผึ้ง

1 แก้โ ร คนอนไม่หลับ แนะนำให้ผู้ที่นอนไม่หลับเป็นประจำ กินน้ำผึ้ง 1 ช้อนช า ก่อนเข้านอน 30 นาที ก็จะช่วยให้รู้สึกง่วง และรู้สึกอย ากนอนหลับ

2 น้ำผึ้งรั ก ษ า โ ร ค ก ร ะ เ พ า ะได้ เนื่องจากน้ำผึ้งมีฤทธิ์สมานแ ผ ล จึงสามารถรั ก ษ า แ ผ ลในกระเพาะอาหารของผู้ป่ ว ย โ ร ค ก ร ะ เ พ า ะได้ โดยเฉพาะคนที่มีอาก ารโ ร ค ก ร ะ เ พ า ะในระยะเริ่มต้น ควรกินน้ำผึ้งวันละ 1 ช้อนช า เป็นประจำ

3 น้ำผึ้งแก้ไอได้ โดยเฉพาะคนที่ไอเรื้อรัง ไม่ยอมห า ย ลองกินน้ำผึ้ง 2 ช้อนช า แล้วดื่มน้ำอุ่นต าม อาก ารไ อจะค่อยๆ บรรเทาลง

4 แก้ท้องผูก เพียงจิบน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นก่อนเข้านอน ตื่นเช้ามารับรองว่า โล่งสบายท้องแน่ๆ

5 น้ำผึ้งแก้เ จ็ บคอก็ได้ด้วย ในเมื่อน้ำผึ้งแก้ไอได้ อาก ารไ ว รั สลงคอจนทำให้รู้สึกเ จ็ บคอ ก็สามารถห า ย

ได้ด้วยน้ำผึ้งเช่นกัน ยิ่งหากจิบน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่น ที่บีบมะนาวผสมลงไปสักนิด จิบอยู่ไม่เท่าไหร่ อากา รเ จ็ บคอก็ห า ยเป็นปลิดทิ้งเลยล่ะ

6 บรรเทาอากา รโ ร ค ภู มิ แ พ้ น้ำผึ้งมีอนุมูลละอองเกสรขนาดเล็กอยู่เยอะ ซึ่งเมื่อร่างกายเจอสิ่งนี้ ก็

จะกระตุ้นให้ ระบบภูมิคุ้มกันทำงาน มากขึ้น ส่ งผลให้ร่างกายหลั่งส ารฮีสต ามีนน้อยลง อาก ารของโ ร ค ภู มิ แ พ้ จึงบรรเทาลงได้

7 น้ำผึ้งแก้ท้องเสียได้ แค่เพียงจิบน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นสัก 1 แก้วกาแฟ อาก ารท้องเสีย และป ว ดเสียดท้อง ก็จะบรรเทาลงแล้วล่ะ

8 รั ก ษ า เ ชื้ อ ร า ในน้ำผึ้งมีเอนไซม์ที่ผึ้งปล่อยออ กมา ซึ่งเอนไซม์ที่ว่านี้ ก็มีฤทธิ์คล้ายไฮโดรเจนเปอร์ออ กไซด์ จึงสามารารถรั ก ษ า เ ชื้ อ ร า หรืออาก ารติดเ ชื้ อ แ บ ค ที เ รี ยชนิดต่างๆ ได้นั่นเอง

9 รั ก ษ า แ ผ ล ล้างแ ผ ลได้ ทั้งนี้วิธีรั ก ษ า แ ผ ลด้วยน้ำผึ้ง ให้ผสมน้ำผึ้ง 1 ส่วน ต่อน้ำ 9 ส่วน เข้าด้วยกัน แล้วนำมาล้างแ ผ ลต ามปกติ

10 เติมพลังให้ร่างกาย น้ำผึ้งแค่เพียง 1 ช้อนโต๊ะ ก็มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตราว 17 กรัม ซึ่งก็เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ที่อุดมไปด้วยกลูโคส และฟรุกโตสจากธรรมช าติแท้ๆ ดังนั้นร่างกายจึงสามารถดูดซึมพลังงานเหล่านี้ เข้าเส้นเ ลื อ ดได้อย่ างรวดเร็ว บูทพลังให้ห า ยจากอาก ารเพลีย หรืออาก ารเหนื่อยล้าหลังออ กกำลังหนักๆ ได้

ที่มา poobpub, deemindplus, sit-smiling